การสร้าง E book ด้วย Flip Album

การสร้าง e Book  ด้วยโปรแกรม Flip Album

            สื่อนำเสนอในปัจจุบันได้มีการพัฒนารูปแบบใหม่ความโด่ดเด่น  น่าสนใจด้วยเทคโนโลยีมัลติมีเดีย (Multimedia) การนำเสนอข้อความหรือเนิ้อหาปริมาณมากๆ ในลักษณะของสิ่งพิมพ์หรือ หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book)  ก็มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบจากสิ่งพิมพ์หรือหนังสือที่เป็นไฟล์เนื้อหาเพียงอย่างเดียว ต้องดูด้วยเทคนิคการเลื่อนจอภาพ ไปเป็นเทคนิคการนำเสนอที่มีลักษณะการเปิดหน้าหนังสอแบบเสมือน  เนื้อหาที่นำเสนอเป็นได้ทั้งข้อความ  ภาพนิ่ง  ภาพเคลื่อนไหว  วิดีทัศน์ และเสียง  อันเป็นการใช้ความสามารถของเทคโนโลยีมัลติมีเดียมาผสมผสานกบ e-Book  ได้อย่างลงตัว  เป็นสื่อที่ได้รับความนิยมสูงอย่างมากในปัจจุบันภายใตชื่อเรียกว่า Multimedia e-Book การพัฒนา Multimedia e-Book  มีซอฟต์แวร์ช่วยหลายตัว โดยซอฟต์แวร์ที่โดดเด่นตัวหนึ่งคือ Flip Album ซึ่งปัจจุบันได้พัฒนามาเป็น Flip Album 6.0  โดยความสามารถของโปรแกรมที่ทำให้การนำเสนอสื่อออกมาในรูปแบบ 3D Page-Flipping interface และมีชื่อเรียกเฉพาะว่า Flip Book ผลงานที่ได้นี้สามารถนำเสนอได้ทั้งแบบ Offline ด้วยความสามารถ Auto Run อัตโนมัติ และ Online ผ่านโปรแกรมแสดงผลเฉพาะ Flip Viewer
 คุณสมบัติขั้นต่ำของคอมพิวเตอร์
•  ระบบปฏิบัติการ Windows® 98/2000/ME/XP
•  คอมพิวเตอร์ IBM® PC compatible หนวยประมวลผล Pentium® II
   300 MHz
      – หน่วยความจำแรมอย่างต่ำ 128 MB 
      – พื้นที่ว่างของฮาร์ดดิสก์อย่างต่ำ 100 MB
      – การ์ดแสดงผล 16-bit 
      – จอภาพที่มีความละเอียดไม่น้อยกว่า 800 × 600 pixels 

เตรียมความพร้อมก่อนสร้าง E-Book
         ข้อมูลที่สามารถใส่ลงในโปรเเกรม Flip album ได้นั้นมีรูปเเบบที่หลากหลายทั้งข้อความ, ภาพนิ่ง, ภาพเคลื่อนไหว, ไฟล์วิดิโอเเละไฟล์เสียง ดังนั้นควรจัดเตรียมข้อมูล ตกเเต่งรูปภาพเเละอื่นๆ ให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเเละจัดเก็บรวมกันไว้ใน Folder ที่กำหนดขึ้นเช่น  C:\my pic เป็นต้น ทั้งนี้ไฟล์ที่สามารถใช้ได้ ได้เเก่ (GIF, JPG, PNG, BMP, WMF, ICO, PCX, TIF, PCD, PSD); OEB Package Format (OPF); Sound Files (MID, WAV, MP3); Video Files (AVI, MPG)

ขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.oknation.net/blog/freeday888/2009/09/08/entry-1

การเปลี่ยนแปลงอุณภูมิของโลก : ภาวะโลกร้อน

         ประเทศไทยเริ่มใช้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนา ประเทศตั้งแต่ปี 2504 เป็นต้นมา อาจกล่าวได้ว่ายุทธศาสตร์ของการพัฒนาประเทศมุ่งเน้นการพัฒนา เศรษฐกิจเป็นหลัก โดยนำทรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรมนุษย์มาใช้ขยายฐานการผลิต การ ประกอบอาชีพ และการสร้างรายได้ประเทศชาติ แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับสถานการณ์ของ ประเทศในช่วงเวลานั้น การเร่งพัฒนาเศรษฐกิจจากการเผาผลาญพลังงานโดยเฉพาะเชื้อเพลิงฟอส ซิลอันมีถ่านหินเป็นตัวสำคัญ ได้ก่อให้เกิดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาล ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อปัญหาสิ่งแวดล้อมและการเกิดภาวะโลกร้อนตามมา (พิษณุ เดชใด. 2540: 1 ; อ้างอิงจาก กองบรรณาธิการเทศาภิบาล .2538)  ประเทศไทยติดอันดับ 24 ของโลกที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 218.59 ล้านตัน ค่าเฉลี่ย การปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่อหัวของคนไทยในปี พ.ศ.2547 อยู่ที่ 2.73 ตันต่อปีและคาดการณ์ ต่อไปว่าในปี           พ.ศ.2554 จะเป็น 3.64 ตันต่อปี และในปี พ.ศ.2558 จะเป็น 4.34 ตันต่อปีซึ่งเป็น แนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ (สุพัตรา แซ่ลิ่ม. 2550)  การศึกษาในปัจจุบันเป็นผลสืบเนื่องมาจากการขยายตัวทางการผลิตอย่างรวดเร็วในช่วง ศตวรรษที่ 19 การจัดการศึกษาในยุคนี้จึงเป็นการศึกษาที่เร่งให้เกิดการผลิตและพิจารณา ทรัพยากรธรรมชาติในฐานะของปัจจัยการผลิต แต่เมื่อทรัพยากรธรรมชาติเริ่มเสื่อมโทรมลงอย่างเห็น ได้ชัด และถิ่นที่อยู่อาศัยของมนุษย์เริ่มถูกรบกวนด้วยสารพิษและอันตรายต่างๆ จึงทำให้มีการเรียกร้อง การศึกษาแบบใหม่ โดยเปลี่ยนการมองสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรในฐานะปัจจัยการผลิตมาสู่ฐานะที่ เป็นอยู่อาศัย (home) ของสิ่งมีชีวิต (living organism) ซึ่งไม่จำกัดเฉพาะมนุษย์เท่านั้น แต่การศึกษา แบบใหม่จะเกิดขึ้นได้ยากถ้าสังคมยังคงต้องการเร่งการผลิตอยู่ต่อไป (จีรภัสร์ บัวสุวรรณ. 2543) การจัดระบบให้การศึกษาอบรมแก่บุคคลภายในชาติให้เกิดความรัก ความหวงแหนต่อการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนมีจิตสำนึกที่ดีในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมจึงเป็นสิ่งจำเป็น (กรมวิชาการ. 2544: 4 ) ดังนั้นจึงควรจัดระบบการศึกษาอบรมแก่บุคคล ภายในชาติ ซึ่งหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ของกรมวิชาการ กระทรวงศึกษาธิการ ได้สอดแทรกเนื้อหาสิ่งแวดล้อม เข้าไว้ในมาตรฐานการเรียนรู้ของกลุ่มสาระการเรียนรู้ต่างๆ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มี บทบาทมากที่สุดกลุ่มหนึ่งในการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์ ภาษาไทย ศิลปะ          สิ่งแวดล้อมนับเป็นปัจจัยหนึ่ง ที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตของมนุษย์มาตั้งแต่เกิด ซึ่งจากการที่ทั่วโลกมุ่งเน้นการพัฒนา ผลักดันการลงทุนด้านอุตสาหกรรมและขยายกำลังการผลิตเพื่อความเจริญ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ประกอบกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมทั้งประชากรโลกมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว ทำให้มีการนำทรัพยากรมาใช้อย่างฟุ่มเฟือย ไม่คุ้มค่า ส่งผลให้ทรัพยากรบางอย่างหมดลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะทรัพยากรเชื้อเพลิงจากฟอลซิล อาทิ น้ำมันและถ่านหิน ที่มีการใช้อย่างไม่จำกัด เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของประเทศและประชากรโลกในด้านต่าง ๆ เช่น ด้านอุตสาหกรรม และการคมนาคมขนส่ง เป็นต้น ด้วยเหตุนี้จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงปัญหาการปลดปล่อยสารมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมได้ มลพิษทางอากาศที่ถูกปลดปล่อยออกสู่ชั้นบรรยากาศโดยเฉพาะก๊าซเรือนกระจก หรือ Greenhouse gases จึงเพิ่มปริมาณขึ้นสู่ชั้นบรรยากาศโลกอย่างรวดเร็ว จนส่งผลให้เกิดความเสียหาย ต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชากรทั่วโลก ที่นับวันจะยิ่งทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น เนื่องจากก๊าซเรือนกระจกจะรวมตัวกัน จนกลายเป็นผ้าห่มหนา ๆ ดักจับความร้อนจากดวงอาทิตย์ และทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ยิ่งก๊าซเรือนกระจกเพิ่มมากขึ้น ความร้อนก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย และสิ่งที่เกิดขึ้นดังกล่าวนี้ คือสภาวะที่นำไปสู่ปรากฏการณ์โลกร้อนนั่นเอง สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงาน ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์โลกร้อนว่า“ภาวะโลกร้อน” หมายถึง อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเรือนกระจก หรือที่เรียกกันว่าGreenhouse effect ซึ่งมีสาเหตุมาจากมนุษย์ได้เพิ่มปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากการเผาไหม้เชื้อเพลิงต่าง ๆ การขนส่งและการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate change) มีผลทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงสภาภูมิอากาศไม่ได้เกิดขึ้นในช่วงระยะเวลาสั้น ๆ แต่ค่อย ๆ สะสมไปเรื่อย ๆ(กระทรวงพลังงาน . 2550 : 51) และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์โลกร้อน ว่า “ โลกร้อน ” หมายถึง การที่ชั้นบรรยากาศ ตั้งแต่ผิวโลกขึ้นไปมีอุณหภูมิสูงขึ้น อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงลักษณะสภาพของภูมิอากาศ เช่น อุณหภูมิ ฝน ลม เป็นต้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต สิ่งแวดล้อม และทำให้ระบบนิเวศมีการเปลี่ยนแปลง ( http://www.deqp.go.th) เทพวิฑูรย์ ทองศรีและคนอื่นๆ ได้กล่าวถึงปรากฏการณ์โลกร้อนว่าเป็นปรากฏการณ์ที่เกิดจากการสะสมตัวของก๊าซเรือนกระจก ในบรรยากาศชั้นโทรโฟสเฟียร์ (Troposphere) หรือที่เรียกว่าปรากฏการณ์เรือนกระจก ในภาวะปกติทั่วไป ภูมิอากาศของโลกจะถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ เมื่อแสงอาทิตย์กระทบผิวโลก พลังงานบางส่วนจะสูญเสียไปในการทำให้พื้นผิวของโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น โดยโลกจะสะท้อนและแผ่กระจายพลังงานบางส่วนที่เหลือกลับคืนสู่บรรยากาศในรูปความร้อน แต่ก๊าซเรือนกระจกที่อยู่ในชั้นบรรยากาศของโลกจะช่วย กันกักเก็บพลังงานความร้อนเหล่านี้เอาไว้ด้วยการดูดซับการสะท้อน หรือแผ่กระจายพลังงานความร้อนกลับสู่พื้นโลกอีกครั้ง ดังนั้น บรรยากาศในชั้นนี้จึงกระทำตัวเสมือนเป็นเรือนกระจก กล่าวคือ ยอมให้พลังงานในช่วงคลื่นสั้น เช่น รังสียูวี (UV) จากดวงอาทิตย์ผ่านเข้ามาได้ แต่ไม่ยอมให้พลังงานในช่วงคลื่นยาว (รังสีอินฟราเรดหรือคลื่นความร้อน) ผ่านออกไป ปรากฏการณ์เรือนกระจกจึงทำให้เกิดการเก็บสะสมความร้อนอยู่ในชั้นบรรยากาศทำให้โลกร้อนมากขึ้น โดยยิ่งมีก๊าซเรือนกระจกมากขึ้นเท่าไร ความร้อนจะถูกกักไว้ในชั้นบรรยากาศมากขึ้น โลกก็จะยิ่งร้อนมากขึ้นเท่านั้น (เทพวิฑูรย์ ทองศรีและคนอื่นๆ. 2550 : 12) นอกจากนี้ยังมีนักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการอีกหลายท่าน ให้ความหมายของคำว่า “ภาวะโลกร้อน” ไว้อีกมากมาย อย่างไรก็ดี คำว่า“ภาวะโลกร้อน” เป็นภาวะอบอ้าวของอากาศ อันเนื่องมาจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น เพราะการเพิ่มขึ้นของก๊าซเรือนกระจกจากกิจกรรมต่าง ๆ ในภาคอุตสาหกรรมโดยเฉพาะกิจกรรมที่มีการเผาไหม้น้ำมัน ถ่านหิน และการตัดไม้ทำลายป่า การทำการเกษตร การปศุสัตว์ ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันของมนุษย์ อาทิ การขับขี่ยานพาหนะ การใช้เชื้อเพลิงในการหุงต้ม การใช้ไฟฟ้าในกิจกรรมต่าง ๆ ล้วนส่งผลทำให้ก๊าซเรือนกระจกในชั้นบรรยากาศ มีความเข้มข้นเพิ่มมากขึ้น ทำให้สภาพอากาศของโลกเปลี่ยนแปลงไป และส่งผลกระทำต่อสิ่งมีชีวิตบนโลกอย่างรุนแรงอีกด้วยกล่าวได้ว่าปัจจุบันสภาพสิ่งแวดล้อมดังกล่าวนับเป็นปัญหาที่ร้ายแรงระดับโลก และเป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปในชื่อของ ภาวะโลกร้อน หรือ Global warming ซึ่งนับวันภาวะโลกร้อนจะกลายเป็นประเด็นที่ทวีความสำคัญมากขึ้น รัฐบาลและประชาชนในหลายประเทศ จึงได้พยายามหา ทางป้องกันและแก้ไขปัญหานี้ให้เบาบางลง รวมทั้งหาวิธีปรับตัวให้เข้ากับสภาวะแวดล้อมดังกล่าวอย่างต่อเนื่องดังจะเห็นได้จากการร่วมลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (United Nations Framework Convention on Climate Change : UNFCCC) และพิธีสารเกียวโต (Kyoto Protocol) ซึ่งประเทศไทยได้มีส่วนร่วมในการให้สัตยาอยู่ด้วย ถึงแม้จะยังไม่มีผลบังคับกับประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยจัดอยู่ในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา จึงไม่มีพันธะกิจที่ต้องปฏิบัติให้ได้ตามเป้าหมาย แต่ประเทศไทยก็มีวัตถุประสงค์ที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการเตรียมความพร้อมของประเทศ เพื่อรับมือกับภาวะโลกร้อน ซึ่งเป็นมหันตภัยใกล้ตัว ในการสร้างความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องภาวะโลกร้อน รวมทั้งกระตุ้นเตือนให้ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบจากภัยที่จะเกิดขึ้น และตระหนักถึงปัญหาที่เรามีส่วนร่วมในการทำให้เกิดขึ้น ตลอดจนสร้างจิตสำนึกในการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมในครั้งนี้ให้บรรเทาลงบางกอกบิซนิวส์ ได้กล่าวถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมระดับโลกนี้ว่า ส่วนหนึ่งของรายงานการพัฒนามนุษย์ 2007/2008 ของสำนักงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (United Nations Development Programme : UNDP) ชี้ให้เห็นถึงลักษณะเด่นสำคัญ 3 ประการของ ปัญหาโลกร้อน ดังนี้ ประการแรก คือ การเปลี่ยนแปลงสภาวะภูมิอากาสโลก เป็นผลจากการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซต์ ที่สะสมมาเรื่อยแต่อดีต และผลจากสาเหตุดังกล่าว กลายเป็นปัญหาในปัจจุบัน ตัวอย่าง เช่น ก๊าซที่โรงงานปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่องในปัจจุบัน จะสะสมและกลายเป็นปัญหาลูกโซ่กับลูก หลานในอนาคต หากไม่มีมาตรการแก้ไขที่ดี ประการที่สอง ปัญหาว่าด้วยเรื่องความสามัคคีและการให้ความร่วมมือระหว่าง ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย ในปัญหา สภาวะโลกร้อนได้กลายเป็นอุปสรรคสำคัญ และปัญหาที่ท้าทายประชาคมโลก การอยู่เฉย การประวิงเวลาของการเจรจาใดๆ ยิ่งเป็นการผลักให้โลกเข้าสู่อนาคตที่มืดมนเร็วยิ่งขึ้นประการสุดท้ายคือ แม้ว่าทุกภาคฝ่ายจะออกมาประสานเสียงยอมรับว่า สภาวะโลกร้อนเป็นปัญหา แต่สำนึกในการเข้ามามีส่วนร่วมในการจัดการปัญหานี้ กลับไม่ได้รับความสนใจอย่างจริงจัง แต่ละประเทศต้องตระหนักว่า ตนเองไม่สามารถที่จะต่อสู้โดยลำพัง เพราะสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่สามารถแก้ไขแบบ แยกส่วนตามประเทศได้ (http://www.bangkok biznews.com/)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www.swu.ac.th/lib

ขยะล้นโลก

  1. ขยะล้นโลก

ในปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นปัญหาที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องได้คำนึงถึงความสำคัญ และมีความจำเป็นอย่างเร่งด่วนที่จะต้องแก้ไขปัญหา เพราะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในชุมชนทุกระดับตั้งแต่ สุขาภิบาล เทศบาล เมืองใหญ่ จนถึงระดับประเทศ เนื่องจากปัญหาสิ่งแวดล้อมมีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงของระบบนิเวศน์ สาเหตุของการเปลี่ยนแปลงมาจากความเจริญทางด้านเศรษฐกิจ การพัฒนาประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรจึงทำให้เกิดความต้องการในการใช้ทรัพยากรมากขึ้น โดยเฉพาะทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งนับวันจะเหลือน้อยและเสื่อมโทรมลงจนเกิดความไม่สมดุลของธรรมชาติ ทำให้อุณหภูมิของโลกร้อนขึ้น ฝนไม่ตกตามฤดูกาล เกิดภาวะมลพิษต่างๆ เช่น มลพิษทางน้ำ มลพิษทางอากาศ มลพิษทางเสียง (กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม. 2535 : 18 – 19) นอกจากนี้ยังพบว่า ปัญหาขยะมูลฝอยที่มีปริมาณเพิ่มมากขึ้นจนไม่สามารถกำจัดได้หมด หรือกำจัดได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนกลายเป็นปัญหาสำคัญในเขตชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ โดยเฉพาะเขตที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น (สำนักงานสถิติแห่งชาติ.2537 : 229 – 232) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนได้ เช่น ทำให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็น เกิดน้ำเสียจากการทิ้งขยะลงในแหล่งน้ำ เกิดแหล่งเพาะพันธุ์แมลงและสัตว์ นำโรค เป็นต้น จากรายงานสถานการณ์คุณภาพสิ่งแวดล้อม ในปีพ.ศ.2542 ระบุว่า มีปริมาณ ขยะมูลฝอยที่เกิดจากชุมชนทั่วประเทศวันละ 37,250 ตัน หรือ 13.6 ล้านตันต่อปี และปริมาณขยะมูลฝอยที่เกิดจากพื้นที่ในเขตเทศบาลและสุขาภิบาล รวมกันได้ถึงวันละ 1,655 ตัน ซึ่งความสามารถในการจัดเก็บและขนขยะทำได้เพียงร้อยละ 50 – 60 ของปริมาณขยะที่เกิดขึ้นทั้งหมดในประเทศ (สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม. 2542 : 154) จากการที่มีปริมาณขยะมูลฝอยเพิ่มมากขึ้น และการจัดเก็บไม่สามารถดำเนินการได้ทันกับจำนวนของขยะมูลฝอยที่มีปริมาณมาก ทำให้มีปริมาณขยะมูลฝอยตกค้างตามสถานที่ต่างๆ เป็นปริมาณมาก ก่อให้เกิดปัญหาทางสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่างๆ ตามมา การที่ขยะมูลฝอยไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกวิธี ทำให้เกิดความสกปรกไม่เรียบร้อยเกิดน้ำเสียที่ออกจากกองขยะมูลฝอยซึ่งมีความสกปรกสูงมาก มีสารอินทรีย์ สารอนินทรีย์เชื้อโรค และสารพิษอื่นๆ เจือปนอยู่อีกด้วย (ปรีดา แย้มเจริญวงศ์. 2531 : 46 – 50) ขยะมูลฝอย เกิดจากวัสดุเหลือใช้และสิ่งของต่างๆ ที่คนไม่ต้องการประกอบด้วยขยะหลายชนิดด้วยกัน เช่น ขยะเศษอาหาร หรือแต่เดิมกรุงเทพมหานครเรียกว่า มูลฝอยเปียก ได้แก่เศษผัก ผลไม้และเนื้อสัตว์ที่เหลือทิ้งจากการเตรียมอาหาร การปรุงอาหาร และการบริโภคแล้วคุณลักษณะของขยะชนิดนี้ คือ ย่อยสลายและเน่าเปื่อยได้เร็วแต่ทำให้เกิดกลิ่นเหม็น ขยะยังใช้ได้หรือแต่เดิมกรุงเทพมหานครเรียกว่า มูลฝอยแห้ง ได้แก่ ขยะมูลฝอยจากอาคารบ้านเรือนที่แยกเศษอาหาร และขยะเน่าเปื่อยได้ง่ายออก ขยะชนิดนี้จะประกอบด้วยวัสดุทิ้งที่เผาไหม้ได้ เช่นกระดาษ พลาสติก ยาง เศษใบไม้ กิ่งไม้ และวัสดุที่ไม่เผาไหม้ เช่น แก้ว กระเบื้อง กระป๋องอลูมิเนียม เหล็ก และโลหะอื่นๆ (คู่มือการสอน. 2536 : 28 – 77 ; สำนักรักษาความสะอาด.ม.ป.ป. : 2 – 5) จากปัญหาของขยะมูลฝอยที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในเขตชุมชนเมือง ซึ่งการป้องกันและการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอยจะสำเร็จได้หรือไม่นั้น สิ่งที่ควรพิจารณา คือ ต้นเหตุที่ก่อให้เกิดขยะมูลฝอย ได้แก่ ประชาชนหรือผู้สร้างขยะมูลฝอยนั่นเอง เพราะพฤติกรรมการทิ้งขยะมูลฝอยโดยการไม่แยกประเภท เป็นตัวการหนึ่งที่ทำให้ปริมาณขยะมูลฝอยที่ทิ้งรวมกันในแต่ละวันมีปริมาณเพิ่มขึ้น เป็นผลให้การกำจัดขยะมูลฝอยครั้งสุดท้ายเป็นไปด้วยความล่าช้าและยากลำบาก ดังนั้น ภาครัฐจึงได้ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาและได้วางแผนจัดการสิ่งแวดล้อม โดยอาศัยความร่วมมือของหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น ทั้งภาครัฐ และเอกชน ในการเก็บขนขยะมูลฝอย การสร้างจิตสำนึกทางสิ่งแวดล้อมแก่ชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนมีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการกับปัญหาขยะมูลฝอย เพื่อให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้และเกิดจิตสำนึกที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการปฏิบัติ รู้จักรับผิดชอบในการรักษาความสะอาดทั้งในบ้านเรือนของตัวเอง และภายนอกบ้าน หรือที่สาธารณะอื่นๆ รู้จักแยกทิ้งขยะมูลฝอยลงในถังแยกประเภทให้เป็นที่ เป็นระเบียบเรียบร้อย ทั้งนี้จะเป็นการช่วยให้พนักงานเก็บขนขยะสามารถนำไปยังสถานที่กำจัดได้สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น รวมถึงเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายในการกำจัด และยังเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการทิ้งขยะมูลฝอยของประชาชนที่เหมาะสมอีกด้วย แต่อย่างไรก็ตามการสร้างจิตสำนึกต่อสิ่งแวดล้อมให้กับประชาชน ไม่ใช่เรื่องง่าย หรือเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาอันสั้น การศึกษาจึงจำเป็นต้องเข้ามามีบทบาทอย่างมาก ที่จะช่วยสร้างความตระหนัก ความเข้าใจ และความสามารถในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ปัญหาขยะมูลฝอยเป็นปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบตัวเราและสังคม ประชาชนมักละเลยและไม่คำนึงถึงความสำคัญของปัญหาที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้น การศึกษาจึงมุ่งเน้นให้กลุ่มเด็กในวัยเรียนที่กำลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ถาวรยืนนาน และมีประโยชน์ต่อชุมชนระยะยาว เพราะเด็กในวัยนี้สามารถรับรู้ และตระหนักในปัญหาสิ่งแวดล้อมได้และเป็นที่คาดหมายได้ว่า หากมีการปลูกฝังความรู้ด้านนี้อย่างจริงจัง และถูกวิธี ก็อาจเป็นการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมได้ เมื่อเขาเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในอนาคต นอกจากนี้เด็กเหล่านี้อาจมีอิทธิพลต่อสมาชิกในครอบครัวให้รู้สึกละอาย และตระหนักสำนึกในบทบาทความรับผิดชอบในทรัพยากรสิ่งแวดล้อม (ณัฏฐา หังสพฤกษ์. 2533 : 593) โดยเฉพาะนักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษา ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มเยาวชน หรือวัยรุ่น ที่ได้ผ่านการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมาตั้งแต่ในระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย ในวิชาสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ซึ่งเด็กนักเรียนเหล่านี้มีความสามารถในการเรียนรู้ การคิด และมีสติปัญญาที่ใกล้เคียงกับผู้ใหญ่ อีกทั้งยังมีพัฒนาการด้าน การกระทำที่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าประโยชน์ส่วนตน (ดวงเดือน พันธุมนาวิน. 2538 :89)

ขอบคุณข้อมูลจาก http://www..swu.ac.th/l

ศัพท์เทคนิคเกี่ยวกับการสอน

ศัพท์เทคนิคในศาสตร์การสอน

1. Educational Philosophy ปรัชญาการศึกษา   หมายถึง ความคิดหรือระบบของความคิด ที่เกี่ยวกับการศึกษา ที่ตั้งอยู่บนรากฐานของปรัชญาแม่บทปรัชญาใดปรัชญาหนึ่ง ปรัชญาการศึกษาเป็นปรัชญาที่แตกหน่อมาจากปรัชญาทั่วไปอันเป็นปรัชญาที่ว่าด้วยความรู้ความจริงของชีวิต ปรัชญาการศึกษาเป็นความเชื่อ ความศรัทธา การเห็นคุณค่าในความคิดทางการศึกษาใดๆ ซึ่งผลักดันให้บุคคลคิดและกระทำการต่างๆ ในด้านการจัดการศึกษาให้มีความสอดคล้องกับ ความเชื่อนั้นๆ

2. Learning theory  ทฤษฎีการเรียนรู้  หมายถึง ข้อความรู้ที่พรรณา / อธิบาย / ทำนาย ปรากฏการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์ ทดสอบตามกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ และได้รับการยอมรับว่าเชื่อถือได้ และสามารถนำไปนิรนัยเป็นหลักหรือกฎการเรียนรู้ย่อยๆ หรือนำไปใช้เป็นหลักในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ ทฤษฎีโดยทั่วไปมักประกอบด้วยหลักการย่อยๆ หลายหลักการ

3. Principle  Learning  หลักการเรียนรู้ หมายถึงข้อความรู้ย่อยๆ ที่พรรณา / อธิบาย / ทำนาย ปรากฏการณ์ต่างๆที่เกี่ยวกับการเรียนรู้ ซึ่งได้รับการพิสูจน์ ทดสอบ ตามกระบวนการทาง วิทยาศาสตร์ และได้รับการยอมรับว่าเชื่อถือได้ สามารถนำไปใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนได้ หลักการเรียนรู้หลายๆ หลักการ อาจนำไปสู่การสร้างเป็นทฤษฎีการเรียนรู้ได้

4. Teaching / Instruction Theory   แนวคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้คือ ความคิดเกี่ยวกับการเรียนรู้ ที่พรรณา / อธิบาย / ทำนายปรากฏการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเรียนรู้ของมนุษย์ ที่นักคิด นักจิตวิทยา หรือนักการศึกษาได้นำเสนอและได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งว่าเป็นแนวคิดที่น่าเชื่อถือด้วย เหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

5. Teaching / Instruction Principle)  ทฤษฎีการสอน คือ ข้อความรู้ที่ พรรณนา / อธิบาย / ทำนาย ปรากฏการณ์ต่างๆ ทางการสอน ที่ได้รับการพิสูจน์ ทดสอบ และการยอมรับว่าเชื่อถือได้ ซึ่งนักจิตวิทยา หรือนักการศึกษาอาจพัฒนาหรือเปลี่ยนแปลงมาจากทฤษฎีการเรียนรู้เพื่อนำไปใช้เป็นหลักในการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ ทฤษฎีการสอนหนึ่งๆ มักประกอบไปด้วยหลักการสอนย่อยๆ หลายหลักการ

6. Teaching / Instruction หลักการสอน คือ ข้อความรู้ย่อยๆ ที่พรรณา / อธิบาย / ทำนาย ปรากฏการณ์ต่างๆ ทางการสอน ที่ได้รับการพิสูจน์ ทดสอบและการยอมรับว่าเชื่อถือได้ สามารถนำไปใช้ในการสอนผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด หลักการสอนหลายๆ หลักการ อาจนำไปสู่การสร้างเป็นทฤษฎีการสอนได้

7. / Instruction / Concept / Approach  แนวคิดทางการสอน  คือ ความคิดที่เกี่ยวกับการเรียนการสอนที่พรรณา / อธิบาย / ทำนายปรากฏการณ์ต่างๆ ทางการสอนที่นักคิด นักจิตวิทยา หรือนักการศึกษา ได้นำเสนอ และได้รับการยอมรับในระดับหนึ่งว่าเป็นแนวคิดที่น่าเชื่อถือด้วย เหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง

8. Teaching / Instruction / Model :  ระบบการสอน / ระบบการเรียนการสอน คือแบบแผนการดำเนินการสอนที่ได้รับการจัดเป็นระบบ อย่างสัมพันธ์สอดคล้องกับทฤษฎี / หลักการเรียนรู้หรือการสอนที่รูปแบบนั้นยึดถือ และได้รับการพิสูจน์ ทดสอบว่ามีประสิทธิภาพสามารถช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายเฉพาะของรูปแบบนั้นๆ โดยทั่วไปแบบแผนการดำเนิน การสอนดังกล่าว มักประกอบด้วย ทฤษฎี / หลักการที่รูปแบบนั้นยึดถือและกระบวนการที่มีลักษณะเฉพาะอันจะนำผู้เรียนไปสู่จุดมุ่งหมายเฉพาะที่รูปแบบนั้นกำหนดซึ่งผู้สอนสามารถนำไปใช้เป็นแบบแผนหรือแบบอย่างในการจัดและดำเนินการสอนอื่นๆ ที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะเช่นเดียวกันได้

9. วิธีสอน  คือ ขั้นตอนที่ผู้สอนดำเนินการให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ด้วยวิธีการต่างๆ ที่แตกต่างกันไปตามองค์ประกอบและขั้นตอนสำคัญอันเป็นลักษณะเด่นหรือลักษณะเฉพาะที่ขาดไม่ได้ของวิธีนั้นๆ เช่น วิธีสอนโดยใช้การบรรยาย องค์ประกอบสำคัญของการบรรยาย คือ เนื้อหาสาระที่จะบรรยาย และการบรรยาย และขั้นตอนสำคัญคือ การเรียมเนื้อสาระ การบรรยาย (พูด บอก เล่า อธิบาย) และการประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เกิดจากการบรรยาย ดังนั้นวิธีสอนโดยใช้การบรรยาย ก็คือกระบวนการหรือขั้นตอนที่ผู้สอนใช้ในการช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด โดยการเตรียมเนื้อหาสาระที่จะบรรยาย แล้วบรรยายก็คือพูด บอก เล่า อธิบาย เนื้อหาสาระหรือสิ่งที่ต้องการสอนแก่ผู้เรียนและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียนวิธีใดวิธีหนึ่ง

10. Teaching  technique  เทคนิคการสอน คือ กลวิธีต่างๆที่ใช้เสริมกระบวนการ ขั้นตอน วิธีการ หรือการกระทำใดๆ เพื่อช่วยให้กระบวนการ ขั้นตอน วิธีการหรือการกระทำนั้นๆ มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นเทคนิคการสอนหรือดำเนินการสอนใดๆ เพื่อช่วยให้การสอนมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น ในการบรรยาย ผู้สอนอาจใช้เทคนิคต่างๆ ที่สามารถช่วยให้การบรรยายมีคุณภาพและประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น การยกตัวอย่าง การใช้สื่อ การใช้คำถาม เป็นต้น

11. ทักษะการสอน คือ ความสามารถในการปฏิบัติการสอนด้านต่างๆ อย่างชำนาญซึ่ง ครอบคลุมการวางแผนการเรียนการสอน การออกแบบการเรียนการสอน การจัดการเรียนการสอน การใช้วิธีสอน เทคนิคการสอน รูปแบบการเรียนการสอน ระบบการสอน สื่อการสอน การประเมินผลการเรียนการสอน รวมทั้งการใช้ทฤษฎีและหลักการเรียนรู้และการสอนต่างๆ

12. นวัตกรรมการสอน  คือสิ่งใหม่ที่ทำขึ้น ซึ่งอาจอยู่ในรูปของความคิดหรือการกระทำ หรือสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ ดังนั้น นวัตกรรมการสอนหมายถึงแนวคิด วิธีการ หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ที่สามารถนำมาใช้ในการเรียนการสอน ซึ่งอาจเป็นสิ่งใหม่ทั้งหมดหรือใหม่เพียงบางส่วน หรืออาจเป็นสิ่งใหม่ในบริบทหนึ่งหรือช่วงเวลาหนึ่ง หรืออาจเป็นสิ่งใหม่ที่กำลังอยู่ในกระบวนการพิสูจน์ทดสอบ หรือได้รับการยอมรับนำไปใช้แล้ว แต่ยังไม่แพร่หลายหรือเป็นส่วนหนึ่งของระบบงานปกติ

13. การวิจัยด้านการเรียนการสอน  คือ การศึกษาหาคำตอบให้แก่ปัญหา หรือคำถามต่างๆ เกี่ยวกับการเรียนการสอน ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ได้คำตอบที่น่าเชื่อถือ ตัวแปร ที่เกี่ยวข้องกับองค์ประกอบสำคัญของการเรียนการสอน และผลผลิตของการเรียนการสอน

14. นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา (Educational Innovation and Technology) หมายถึง การระดมสรรพความรู้ที่มีเหตุผล มาประยุกต์ให้เป็นระบบใหม่ และสามารถนำมาใช้ปฏิบัติในสถานการณ์ที่เป็นจริง ในการแก้ปัญหาให้บรรลุจุดมุ่งหมายของการศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม

15. การรู้ หมายถึง สภาวะของการรับรู้จากการสัมผัสและสัมพันธ์ต่างๆ รวมถึงรู้วิธีการ แสวงหาความรู้ด้วยตนเอง

16. Learning  การเรียนรู้   หมายถึง การปรับเปลี่ยนทัศนคติแนวคิดและพฤติกรรมอันเนื่องมาจากการได้รับประสบการณ์ ซึ่งควรเป็นการปรับเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้น

17. Education  การศึกษา หมายถึง กระบวนการเรียนรู้เพื่อความเจริญงอกงามของบุคคลและ สังคมโดยการถ่ายทอด ความรู้ การฝึก การอบรม การสืบสานทาง วัฒนธรรม การสร้างสรรค์จรรโลงความก้าวหน้าทางวิชาการ การสร้างองค์ความรู้อันเกิดจากการจัดสภาพแวดล้อม สังคม การเรียนรู้ การเรียนรู้และปัจจัยเกื้อหนุนให้บุคคลเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต

18. การเรียนรู้ในระบบ หมายถึง กระบวนการเรียนรู้ที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จ การศึกษาที่แน่นอน

19. การเรียนรู้นอกระบบ หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ที่มีความยืดหยุ่นใน การกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญญาและความต้องการของกลุ่มแต่ละกลุ่ม

20. การเรียนรู้ตามอัธยาศัย หมายถึงกระบวนการเรียนรู้ตลอดชีวิตที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ ด้วยตนเองตามความสนใจ ความถนัด โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม ธรรมชาติ สื่อหรือแหล่งความรู้อื่นๆ

21. Lifelong education  การศึกษาตลอดชีวิต หมายถึง การศึกษาที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างการศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย เพื่อให้สามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต การศึกษาในระบบ เป็นการศึกษาที่กำหนดจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดและประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษาที่แน่นอน การศึกษานอกระบบ เป็นการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นในการกำหนดจุดมุ่งหมาย รูปแบบ วิธีการจัดการศึกษา ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลประเมินผล ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญของการสำเร็จการศึกษา โดยเนื้อหาและหลักสูตรจะต้องมีความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพปัญญาและความต้องการของกลุ่มแต่ละกลุ่ม

22. Informal education  การศึกษาตามอัธยาศัย เป็นการศึกษาที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ด้วยตนเองตามความสนใจ ศักยภาพ ความพร้อมและโอกาส โดยศึกษาจากบุคคล ประสบการณ์ สังคม สภาพแวดล้อม สื่อหรือแหล่งความรู้อื่นๆ

23. Science of Teaching  ศาสตร์การสอน  หมายถึงความรู้เกี่ยวกับการเรียนรู้และการสอนที่สังคมโลกได้สั่งสมมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน ซึ่งผู้สอนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการช่วยให้ ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตามเป้าหมาย / จุดหมาย / วัตถุประสงค์ของการสอนที่กำหนด ความรู้ ดังกล่าวได้มาจากการคิด การวิเคราะห์ของนักปราชญ์ และนักคิดทั้งหลายหรือได้มาจากาการศึกษา ค้นคว้าพิสูจน์ทดสอบตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักจิตวิทยาและนักการศึกษาต่างๆ ข้อความดังกล่าวประกอบด้วย ปรัชญาการศึกษา บริบททางการสอน ทฤษฎี หลักการ แนวคิด ระบบ รูปแบบ วิธีการ เทคนิค และจิตวิทยาทางการเรียนรู้และการสอน การวางแผนและการออกแบบการจัดการเรียนการสอน การดำเนินการเรียนการสอน การวัดและประเมินผล สื่อและเทคโนโลยีทางการสอน นวัตกรรมการวิจัยการเรียนการสอนเป็นต้น

24. Art of Teaching : ศิลปะการสอน  หมายถึงความรู้และความสามารถในการนำจิตวิทยา วิธีการและเทคนิคต่างๆไปใช้ในการสอน เพื่อช่วยให้การสอนมีความน่าสนใจ สนุกมีชีวิตชีวา และช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ง่าย สะดวก รวดเร็ว ราบรื่นและมีความสุข

25. Teaching Context :  บริบททางการสอน  หมายถึง สิ่งแวดล้อมที่เป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรมที่เกี่ยวข้องกับการเรียนการสอน ซึ่งมีความสัมพันธ์ / มีอิทธิพลต่อการสอน ทั้งในระดับจุลภาค (micro) ซึ่งเป็นระดับที่ใกล้ตัวผู้เรียนผู้สอนมากที่สุด ไปจน ระดับมหภาค (macro) ซึ่งเป็นระดับที่ไกลตัวผู้เรียนมากที่สุด เช่นสภาพทางจิตใจและความรู้ทางวิชาการของผู้สอน สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกตัวผู้เรียน สภาพห้องเรียน บรรยากาศผู้บริหาร การบริหารงาน บุคลากรในโรงเรียน สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียน ผู้ปกครอง บุคคลในชุมชน สภาพทางสังคม เศรษฐกิจและการเมืองของชุมชน ทรัพยากรในชุมชน นโยบายและแผนการจัดการศึกษาระดับชาติ การบริหารการศึกษาระดับชาติ การเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ความเคลื่อนไหวและความก้าวหน้าทางวิชาการของโลก เป็นต้น

26. Virtual classroom  ห้องเรียนเสมือนจริง Virtual classroom  เป็นการเรียนการสอนที่กระทำผ่านเครือข่ายคอมพิวเตอร์ของผู้เรียนเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการเครือข่าย (file server) และเครื่องคอมพิวเตอร์ของผู้ให้บริการเว็บ(web server)โดยผู้สอนจะสร้างเว็บไซด์จำลองสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้เหมือนกับห้องเรียนจริง มีการนำเสนอเนื้อหาบทเรียน มีกิจกรรมต่างๆ และมีการติดตาม พฤติกรรมการเรียน มอบหมายงาน ส่งงานและตรวจงาน เช่นเดียวกับการสอนในห้องเรียนจริง แต่แทนที่จะเรียนกันในห้องเรียนจริง กลับเป็นการเรียนจากจอคอมพิวเตอร์แทน

27. Signal Learning  : การเรียนรู้สัญญาณ  เป็นการเรียนรู้ลักษณะนิสัย หรืออารมณ์

28. Stimulus – Response Learning  : การเรียนรู้ความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง   เป็นการเคลื่อนไหวของอวัยวะต่างๆของร่างกายต่อสิ่งเร้า เป็นการเน้นข้อต่อระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนอง โดยผู้เรียนเป็นผู้กระทำเอง

29. Chaining :  การเรียนรู้การเชื่อมโยง  เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากการเชื่อมโยงระหว่างสิ่งเร้าและการตอบสนองติดต่อกัน เป็นการเรียนรู้ในด้านทักษะ

30. Verbal Association  :  การเชื่อมโยงทางภาษา  เป็นการเชื่อมโยงความหมายทางภาษา โดยออกมาเป็นคำพูดแล้วจึงใช้ตัวอักษร

31. Multiple Discrimination Learning  : การแยกประเภท  เป็นความสามารถในการแยกสิ่งเร้าและตอบสนองสิ่งเร้าได้ ผู้เรียนเห็นความแตกต่างของสิ่งประเภทเดียวกัน

32. Concept Learning  :  การเรียนรู้ความคิดรวบยอด  เป็นความสามารถที่ผู้เรียนมองเห็นลักษณะร่วมของสิ่งต่างๆ

33  Principle  Learning : การเรียนรู้หลักการ เป็นการเรียนรู้ที่เกิดจากนำความคิดรวบยอดสองความคิดหรือมากกว่านั้นมาสัมพันธ์กัน แล้วสรุปตั้งเป็นกฎเกณฑ์ขึ้น

34. Problem – Solving  Learning : การเรียนรู้จากการแก้ปัญหา  การเรียนรู้ด้วยการแก้ปัญหา เกิดขึ้นจากที่ผู้เรียนนำหลักการที่มีประสบการณ์มาก่อนมาใช้ในการปัญหา เป็นความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งแวดล้อมและปัญหา

35.:  Instructional Technology  :  เทคโนโลยีการสอน           เป็นการนำเทคโนโลยีมาใช้เฉพาะในด้านการเรียนการสอนจึง เรียกว่า ” เทคโนโลยีการสอน “ซึ่งมีการใช้กันอย่างกว้างขวางในทุกระดับของการศึกษา และรวมไปถึงในวงการทหารและวงการธุรกิจอุตสาหกรรมก็มีการใช้เทคโนโลยีในการฝึกอบรมด้วยเช่นกัน ดังนั้นเทคโนโลยี  การสอนจึงเป็นการรวมสื่อการสอนทั้งในด้านวัสดุอุปกรณ์ วิธีการที่มีระบบ เพื่อการออกแบบการสอนและหลักการด้านจิตวิทยา สังคมศาสตร์ และวิทยาศาสตร์กายภาพ รวมถึงการสื่อสารของมนุษย์มาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน เช่น การนำคอมพิวเตอร์มาใช้เป็นคอมพิวเตอร์ช่วยสอน การใช้ดาวเทียมเพื่อถ่ายทอดสดการสอนจากซีกโลกหนึ่งไปยังอีกซีกโลกหนึ่ง เป็นต้น

36. Educational Technology  : เทคโนโลยีการศึกษา
            หมายถึง การนำหลักการทางวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ เพื่อการออกแบบและส่งเสริมระบบการเรียนการสอน โดยเน้นที่วัตถุประสงค์ทางการศึกษาที่สามารถวัดได้อย่างถูกต้องแน่นอน มีการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้มากกว่าจะยึดเนื้อหาวิชา เทคโนโลยีการศึกษา เป็นการประยุกต์เอาเทคนิค วิธีการ แนวความคิด อุปกรณ์และเครื่องมือใหม่ๆ มาใช้เพื่อแก้ปัญหาทางการศึกษา ทั้งในด้านการขยายงาน และด้านการปรับปรุงคุณภาพของการเรียนการสอนจากความหมายต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า เทคโนโลยีการศึกษาเป็นการประยุกต์เอาเทคนิค วิธีการ แนวความคิด วัสดุ อุปกรณ์ และสิ่งต่าง ๆ อันสืบเนื่องมาจากเทคโนโลยีนั้นมาใช้ในวงการศึกษา ซึ่งเทคโนโลยีนั้นในบางครั้งจะเป็นการประดิษฐ์เพื่อใช้ในวงการอื่นๆ โดยเฉพาะก็ตาม แต่สามารถนำมาใช้เป็นเทคโนโลยีการศึกษาได้ เช่นคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการคำนวณและวงการธุรกิจก็ยังสามารถนำมาใช้ในการบริหารสถาบันการศึกษาและช่วยในการเรียนการสอนได้

37. Innovation  : นวัตกรรม
           เป็นการนำเอาเทคโนโลยีมาใช้ในการประดิษฐ์คิดค้นกรรมวิธี การปฏิบัติ และสิ่งต่าง ๆ ที่แปลกใหม่ออกมาใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ สิ่งประดิษฐ์นั้นไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาใหม่หรือเป็นสิ่งที่ดัดแปลงเพิ่มขึ้นมาจากของเดิมเพื่อให้ใช้ได้ทันสมัยดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ถ้ามีการนำนวัตกรรมมาใช้ในวงการศึกษาจึงเรียกว่า นวัตกรรมการศึกษา (Educational Innovation) ซึ่งเป็นแนวความคิดการปฏิบัติหรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ ที่ยังไม่เคยมีใช้มาก่อน หรือการดัดแปลงจากของเดิมให้ทันสมัยมาใช้เพื่อเป็นการสอนในแนวใหม่ เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพของการเรียนการสอนให้ผู้เรียนได้เกิดการเรียนรู้ได้ดียิ่งขึ้น

38. Educational Communication  :  สื่อสารการศึกษา
           เป็นการเรียนการสอนโดยการถ่ายทอดข้อมูลจากผู้สอนไปยังผู้เรียน เพื่อทำให้ผู้เรียนมีความเข้าใจในบทเรียนนั้น และทำการตอบสนองเพื่อให้เกิดการเรียนรู้ขึ้น โดยในกระบวนการของการเรียนการสอนนั้น ต้องอาศัยลักษณะองค์ประกอบ และรูปแบบของการสื่อสารเป็นหลักในการดำเนินการเพื่อให้เกิดเป็นการสื่อสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียน ดังนั้นจึงนับได้ว่าการเรียนการสอนเป็นกระบวนการสื่อสารอย่างหนึ่ง

39. Instructional System Design  : การออกแบบการสอนอย่างมีระบบ
           จะต้องอาศัยความรู้ความสามารถความเข้าใจของกระบวนการเรียนรู้ โดยการรวมองค์ประกอบและตัวแปรต่าง ๆ เข้าไว้ด้วย เพื่อนำไปสู่การตัดสินใจในการออกแบบการสอนนั้นๆ แล้วจึงทำการทดสอบและแก้ไขปรับปรุงจนใช้ได้ดีเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จในการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายที่ตั้งไว้ โดยในการใช้เทคโนโลยีทางการสอนเพื่อการจัดระบบการสอนนี้ จะต้องอาศัยกระบวนการของการวางแผนอย่างเป็นระบบ ซึ่งกระบวนการในการตรวจสอบปัญหาและความต้องการในการเรียนการสอน เพื่อหาทางแก้ปัญหาและปรับปรุงข้อบกพร่องต่าง ๆ โดยรวมไปถึงการประเมินผลด้วย วิธีการที่ใช้ในกระบวนการนี้เรียกว่า ” การออกแบบการสอน “

40. Program Instruction  :  โปรแกรมการสอน
          หมายถึง การสอนโดยใช้บทเรียนที่จัดทำขึ้นโดยอาศัยหลักจิตวิทยา ให้ผู้เรียนมีแรงจูงใจในการเรียนรู้ โดยการเสนอความรู้ให้ผู้เรียนเป็นขั้น ๆ ในแต่ละขั้น จะมีคำถามให้ผู้เรียนตอบ พร้อมทั้งบอกให้ทราบว่าคำตอบพร้อมทั้งบอกให้ทราบว่าคำตอบของผู้เรียนนั้นถูกหรือผิด แต่ละลำดับขั้นเรียกว่ากรอบ (Frame) ความรู้ที่นำเสนอเป็นขั้น ๆ นั้น จะเริ่มจากความรู้ที่ง่ายๆ และต่อไปจะเริ่มความยากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ไม่ก้าวเร็วเกินไปจนผู้เรียนตามไม่ทัน ผู้เรียนจะเรียนได้เร็วเท่าที่สติปัญญา
ของเขาจะอำนวย

41. ชุดการสอน  หมายถึง กระบวนการจัดเนื้อหาวิชาให้แก่ผู้เรียนอย่างมีระบบประกอบด้วยเนื้อหา ซึ่งอยู่ในรูปของสื่อการสอนประเภทต่างๆ ส่วนมากบรรจุไว้ในกล่อง และนำเคลื่อนย้ายไปในที่ต่างๆ ได้

42. Model of Teaching  : รูปแบบการสอน 

 รูปแบบการสอน หมายถึง แผนแสดงการเรียนการสอน สำหรับนำไปใช้สอนในห้องเรียน เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ให้มากที่สุด แผนดังกล่าวจะแสดงถึงลำดับความสอดคล้องกัน ภายใต้หลักการของแนวคิดพื้นฐานเดียวกัน องค์ประกอบทั้งหลายได้แก่ หลักการ จุดมุ่งหมาย เนื้อหา และทักษะที่ต้องการสอน ยุทธศาสตร์การสอน วิธีการสอน กระบวนการสอน ขั้นตอนและกิจกรรมการสอน และการวัดและประเมินผล

43. Audio Visual  : โสตทัศนศึกษา
           คือเครื่องมือที่ช่วยในการเรียนการสอนให้จดจำง่ายต่อการเรียนรู้ เช่น แผนภูมิ ภาพวาด
รูปภาพ ภาพยนตร์ ของจำลอง เป็นต้น วัสดุใดที่เป็นสิ่งกระตุ้นในกระบวนการเรียนโดยมีโสตสัมผัส
และจักษุสัมผัส ถือว่าเป็นโสตทัศนศึกษาทั้งสิ้น

44. Distance Education  :  การศึกษาที่ผู้เรียนผู้สอนอยู่ไกลกัน
            แต่สามารถทำให้เกิดการเรียนรู้ได้โดยอาศัยสื่อการสอนประเภทวิทยุและโทรทัศน์ ซึ่งสื่อ
เหล่านี้อาจใช้ได้ในลักษณะของสื่อประสมโดยการใช้ร่วมกับสื่อต่างๆ อาทิเช่น ตำราเรียนและเทปเสียงจึงอาจกล่าวได้ว่า การศึกษาทางไกลนี้เป็นการใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมเข้ามาช่วยในการเผยแพร่ กระจายการศึกษา ไปยังผู้ที่ปรารถนาจะเรียนได้อย่างกว้างขวางทั่วทุกท้องถิ่น โดยมีทั้งในระดับต้นจนถึงระดับสูงขั้นปริญญา

45. Lift Long Learning : การเรียนรู้ตลอดชีวิต
            เป็นแนวคิดที่ต้องการให้การศึกษาเป็นปัจจัยที่ห้าของการดำเนินชีวิต จึงสมควรใช้การศึกษาเป็นปัจจัยในการพัฒนาคุณภาพชีวิตไม่จำเป็นต้องแยกชีวิตการเรียนออกจากชีวิตการทำงานการศึกษาจึงน่าจะเป็นกระบวนการที่สอดแทรกอยู่ได้ในการดำเนินชีวิตปกติ ผู้ที่สนใจจะเรียนสามารถจะเรียนเมื่อไรก็ได้ โดยคำนึงถึงความพร้อม ความต้องการ และความสนใจ โดยไม่จำเป็นต้องเรียนเพื่อการทำงาน

46. Telecommunication in Education :
            การให้การศึกษาโดยการส่งผ่านสารสนเทศจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่งโดยอาศัยความสามารถและเทคโนโลยีด้านโทรคมนาคม เช่น วิทยุ โทรทัศน์ เป็นต้น

47. Instructional Radio  :  วิทยุเพื่อการสอน
            เป็นรายการวิทยุที่จัดเพื่อการสอนตามหลักสูตร ลักษณะของรายการเป็นการสอนบทเรียน
เป็นรายวิชาโดยตรง เนื้อหาตรงตามหลักสูตร กลุ่มเป้าหมายได้แก่ผู้ฟังรายการเฉพาะหมู่หรือระดับใดระดับหนึ่งโดยตรง

48. Instructional TV and Video   :  โทรทัศน์และวิดีโอเพื่อการสอน
            จะเป็นรายการโทรทัศน์หรือวิดีโอที่จัดเพื่อการสอนตามหลักสูตรและมีการจำกัดสถานภาพของกลุ่มผู้รับ

49. Video conference
             เป็นการใช้เครื่องวิดีโอและโทรทัศน์ในการรับส่งภาพและข้อมูล เพื่อการประชุมหรือการเรียนการสอน การส่งข้อความและภาพสามารถส่งได้ทั้งทางสายโทรศัพท์ คลื่นไมโครเวฟ และการส่งสัญญาณผ่านดาวเทียม โดยการบีบอัดภาพและข้อความไปยังสถานที่ประชุมต่างๆ ได้ในชั่วพริบตาทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมสามารถเห็นภาพและข้อความต่าง ๆ เพื่ออภิปรายหรือการเรียนร่วมกันได้

50. Audio conference 
             เป็นการประชุมหรือการเรียนการสอนที่พูดคุยติดต่อกันได้ด้วยเสียงแต่ไม่เห็นหน้ากัน ในการติดต่อต้องอาศัยระบบสายโทรศัพท์หรือผ่านดาวเทียมสื่อสาร โดยในการจัดประชุมหรือการเรียน
การสอนจะต้องมีการกำหนดการเตรียมให้ผู้ประชุมหรือผู้เรียนอยู่พร้อมหน้ากันในแต่ละที่ก่อนจึงจะเริ่มประชุมได้ ถ้าเป็นการประชุมจะต้องมีประธานเพื่อเป็นผู้ดำเนินการประชุมและกำหนดให้ใครพูดก่อนหรือหลัง เมื่อคนใดคนหนึ่งพูด คนอื่นๆ ในที่ต่างๆ จะได้ยินพร้อมกัน และจะมีการอภิปรายโต้ตอบกันได้ ซึ่งในการประชุมหรือการเรียนนั้นควรมีการเตรียมเอกสาร หรือสื่อเพื่อประกอบการอธิบายส่งไปล่วงหน้าเพื่อให้ผู้ฟังใช้ดูประกอบการฟังด้วย

51. Satellites Learning
            เป็นการให้การศึกษาโดยการนำข้อมูลส่งผ่านระบบเครือข่ายดาวเทียม สำหรับกลุ่มผู้เรียน
ที่อยู่ห่างไกล การเรียนรู้โดยผ่านสัญญาณดาวเทียม ต้องมีศูนย์กลางการบรรยายเพื่อเผยแพร่ภาพส่งไปยังจุดต่างๆ ในจุดรับสัญญาณ ซึ่งจะต้องมีอุปกรณ์รับสัญญาณจากดาวเทียมเพื่อเผยแพร่ภาพและเสียงของผู้บรรยาย

52. Interactive Video
            เป็นการใช้ระบบโทรทัศน์ร่วมกับวิดีโอดิสค์ และเครื่องคอมพิวเตอร์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถมี
การโต้ตอบกับบทเรียนหรือแบบฝึกหัด โดยการใช้ Keyboard ในการโต้ตอบในการเสนอภาพและเสียงจากวิดีโอเทปหรือวิดีโอดิสค์นั้น จะมีการตอบสนองจากผู้เรียน ผู้เรียนสามารถติดต่อกับโปรแกรมการสอน โดยมีปฏิกิริยาต่อภาพและเสียงที่ปรากฏบนจอได้ โดยใส่ข้อมูลที่ต้องการโต้ตอบผ่าน Keyboard, Touch Screen, หรือ Pen mouse ซึ่งขึ้นอยู่กับโปรแกรม และความสามารถของเครื่องคอมพิวเตอร์ที่จัดไว้ ประโยชน์สำคัญของ Interactive Video คือ การได้รับปฏิกิริยาตอบสนอง (Response) จากผู้เรียน ผู้เรียนสามารถที่จะตอบสนองด้วยการกดปุ่มที่คีย์บอร์ด หรืออุปกรณ์รับข้อมูลอื่นๆ กับเครื่องมือที่เชื่อมโยงเกี่ยวข้องกับระบบ การที่ทำให้ผู้เรียนได้ตอบสนองกับ Interactive Video นี้จะดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี และ Interactive Video ยังปรับให้เหมาะกับความสามารถและระดับความรู้ของผู้เรียนได้ด้วย

53. Computer Assisted Instruction  ; CAI  :  คอมพิวเตอร์ช่วยสอน
            เป็นกระบวนการเรียนการสอน โดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์ในการนำเสนอเนื้อหาเรื่องราวต่าง ๆ มีลักษณะเป็นการเรียนโดยตรง และเป็นการเรียนแบบมีปฏิสัมพันธ์ (Interactive) คือสามารถโต้ตอบระหว่างผู้เรียนกับคอมพิวเตอร์ได้

54.  Computer Management Education
            การนำคอมพิวเตอร์มาจัดการบริหารการศึกษา เพื่อให้เกิดการเรียนการสอนตั้งแต่ขั้นพื้นฐานไปจนถึงสามารถครอบคลุมการคิด การคำนวณทางการศึกษาได้

55. Multimedia สื่อประสม
            เป็นการใช้สื่อหรือการนำโสตทัศนูปกรณ์ตั้งแต่ 2 อย่างขึ้นไปมาใช้ร่วมกันในเรียนการสอน
ซึ่งอาจเป็นการใช้กับผู้เรียนกลุ่มใหญ่ หรือในการศึกษารายบุคคล การใช้สื่อประสมนั้นโดยทั่วไปจะใช้สื่อแต่ละอย่างเป็นขั้นตอนที่เกี่ยวโยงกันในระบบ แต่ในบางครั้งก็อาจใช้สื่อหลายชนิดพร้อมกันไปได้ในปัจจุบันสื่อประสม ได้รับความสนใจอย่างมาก ในการนำมาใช้กับเทคโนโลยีให้คอมพิวเตอร์
สามารถผสมผสานกันระหว่าง ข้อความ ข้อมูลตัวเลข ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว และเสียงไว้ด้วยกัน
ตลอดจนการนำเอาระบบโต้ตอบกับผู้ใช้ (Interactive) มาผสมผสานเข้าด้วยกัน

56. Web – Based Instruction : การเรียนการสอนผ่านเครือข่าย
              หมายถึง การผนวกคุณสมบัติไฮเปอร์มีเดียเข้ากับคุณสมบัติของเครือข่ายเวิลด์ ไวด์ เว็บ
เพื่อการสร้างสิ่งแวดล้อมแห่งการเรียน ในมิติที่ไม่มีขอบเขตจำกัดด้วยระยะทางและเวลาที่แตกต่างกันของ ผู้เรียน (Learning Without Boundary) การใช้คุณสมบัติของไฮเปอร์มีเดียในการเรียนการสอนผ่านเครือข่ายนั้น หมายความรวมถึงการสนับสนุนด้านศักยภาพการเรียนด้วยตนเองตามลำพัง
(One Alone) กล่าวคือ ผู้เรียนสามารถเลือกสรรเนื้อหาบทเรียน ที่นำเสนออยู่ในรูปแบบไฮเปอร์มีเดีย ซึ่งเป็นเทคนิคการเชื่อมโยงเนื้อหาหลัก ด้วยเนื้อหาอื่นที่เกี่ยวข้อง รูปแบบการเชื่อมโยงนี้เป็นไปได้ทั้งการเชื่อมโยงข้อความไปสู่เนื้อหาที่มีความเกี่ยวข้อง หรือสื่อภาพและเสียง การเชื่อมโยงดังกล่าวจึงเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถควบคุมการเรียนด้วยตนเอง โดยเลือกลำดับเนื้อหาบทเรียนตามความต้องการ และเรียนตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม และสะดวกของตนเอง       (Criss-crossedLandscape)

57. Construction  :  การเรียนรู้โดยสร้างองค์ความรู้
      การเปลี่ยนแปลงแนวคิดเกี่ยวกับการสอน จาก Instruction มาเป็น Construction) 0จากบทบาทครูในการสอนไปเป็นบทบาทของผู้เรียนในการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง

58.  Individual learning  : การเรียนรู้เป็นรายบุคคล

          วิธีการและกระบวนการเรียนรู้ที่ผู้เรียนแต่ละคนใช้ในกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ เป็นวิธีการที่ผู้สอนออกแบบและจัดให้สอดคล้องกับความสามารถ ความสนใจ และความต้องการของผู้เรียนแต่ละคน

59.  Education Behavior : พฤติกรรมการศึกษา

       คือคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่จะให้บังเกิดขึ้นในตัวผู้เรียน ตามขั้นตอนของกระบวนการจัดการศึกษา ประกอบด้วย พุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย

60.  การสอนซ่อมเสริม :  Remedial and enrichment instruction
         จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้มากขึ้น ผู้เรียนยังไม่สามารถตอบสนองความแตกต่างที่หลากหลาย เป็นการติว การกำกับชี้แนะ ให้คำปรึกษา

61. Individualized instruction  : การเรียนการสอนเป็นรายบุคคล การเรียนการสอนตามเอกัตภาพ  

การจัดสาระและกิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียนเป็นรายบุคคล โดยพิจารณาให้สอดคล้องและเหมาะสมกับถูมิหลังสติปัญญา แบบการเรียนรู้ (Learning style ) ของผู้เรียนแต่ละคน ผู้สอนต้องวินิจฉัยผู้เรียนก่อนเรียน และใช้ผลเพื่อวางแผนการเรียนให้แก่ผู้เรียนแต่ละคน เรียนรู้ตามแผน และประเมินผลการเรียนรู้ของตน โดยมีผู้สอนให้ความช่วยเหลือและเก็บข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนต่อไป

62. การสอนอ่านรายบุคคล :  Individualized reading             

          วิธีสอนอ่านเพื่อให้ผู้เรียนสามารถเลือกหนังสือที่ตนเองอยากอ่านและสามารถอ่านได้ตามกำลังความสามารถของตน ผู้สอนวิเคราะห์ความสามารถ ในการอ่านและความต้องการอ่านของผู้เรียนได้ โดยผู้สอนสามารถวิเคราะห์ความสามารถการอ่านและอยากร่วม โดยมีการประชุมกับผู้เรียนเป็นรายบุคคล

63. Informal approach : การนำเข้าสู่บทเรียนตามอัธยาศัย 

          วิธีการเริ่มบทเรียนอย่างเป็นกันเอง มีการพูดคุย หรือสนทนาเรื่องที่นักเรียนสนใจ แล้วจึงนำเข้าสู่เนื้อหาที่เรียน

64. Information  approach  : การสอนจากข่าวสาร

          วิธีการสอนแบบหนึ่งที่ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากข้อมูลสารสนเทศ ข่าว เหตุการณ์ที่เผยแพร่ในสื่อประเภทต่างๆ เพื่อช่วยสร้างพื้นฐานความเข้าใจ ในเรื่องที่เรียน และช่วยให้การเรียนการสอนน่าสนใจยิ่งขึ้น

65. Inquiry training  :  การฝึกกระบวนการสืบสวน

          รูปแบบหนึ่งของการสอนที่มุ่งพัฒนาทักษะและความสามารถในการสืบสอบความรู้หรือคำตอบที่ต้องการ โดยการใช้สถานการณ์ปัญหา กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดความสนใจ ใฝ่รู้ ดำเนินการแสวงหาข้อมูล ทดสอบสมมุติฐานที่ตั้งไว้ และสรุปหาคำตอบ

66. In service course  : การบริการรายวิชา  

          การจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาทักษะหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงาน โดยเรียนบางรายวิชาควบคู่กับการปฏิบัติงานประจำ

67. In service education  :  การศึกษาระหว่างประจำการ  

          การจัดการศึกษาต่อเนื่อง ซึ่งจัดขึ้นในสถานทีปฏิบัติงาน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพหรือสมรรถนะการทำงาน และส่งเสริมความก้าวหน้ามนอาชีพ

68. In service training :  การฝึกอบรมระหว่างประจำการ 

          การจัดโครงการพัฒนาบุคลากรหลักสูตรระยะยาว ระยะสั้น เพื่อปรับเปลี่ยนกระบวนทัศน์และสมรรถนะวิชาชีพ เช่นหลักสูตรพัฒนาสมรรถนะผู้บริหารเพื่อการเปลี่ยนแปลง โครงการฝึกอบรมครูคณิตศาสตร์

69. In service programe : โปรแกรมฝึกอบรม  

          การฝึกอบรมแบะฝึกงานในสถานศึกษา สถานประกอบการ และในชุมชน ตามระยะเวลาที่กำหนดในหลักสูตร เพื่อให้เข้าใจ และมีประสบการณ์จริงในด้านต่างๆ

70.  Instructional design :  การออกแบบการเรียนการสอน การออกแบบการสอน

          1. การวางแผนการจัดการเรียนการสอน โดยมีการออกแบบประสบการณ์และกิจกรรมการเรียนรู้ ให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระ ลักษณะของผู้เรียน เพื่อช่วยให้ผู้เรียนบรรลุวัตถุประสงค์ที่กำหนด การอกแบบการเรียนการสอนต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับศาสตร์การสอน เช่นทฤษฎี หลักการและแนวคิดกับการเรียนรู้และการสอน รูปแบบการสอน วิธีการสอน เทคนิคการสอน

          2. รายวิชาหนึ่งในหลักสูตรศึกษาศาสตร์ ครุศาสตร์

71. Instructional development : การพัฒนาการเรียนการสอน 

          การเพิ่มประสิทธิภาพการสอนของครู โดยใช้นวัตกรรม แนวคิด แนวทาง กระบวนการ และวิธีการต่างๆ เพื่อช่วยพัฒนาให้การเรียนการสอน มีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขึ้น เช่น การวิจัยปฏิบัติการในชั้นเรียน ระบบการนิเทศภายใน การจัดการความรู้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการสอนของครู

72. Instructional improvement : การปรับปรุงการเรียนการสอน

          กระบวนการเก็บรวบรวมข้อมูลอย่างต่อเนื่อง อย่างเป็นระบบ เกี่ยวกับสภาพการเรียนการสอน เพื่อนำไปใช้ในการปรับปรุงการเรียนการสอนด้านต่างๆ และนำไปสู่การพัฒนาการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลสำคัญที่เป็นประโยชน์ประกอบด้วยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ความพึงพอใจและความคิดเห็นของผู้เรียน กระบวนการสอน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน และปัญหาต่างๆ ในการเรียนการสอน

73. Instructor  : อาจารย์ ผู้สอน  

          1. ตำแหน่งทางวิชาการของผู้สอนในระดับอุดมศึกษา

          2. ผู้ทำหน้าทีสอนหรือฝึกอบรมทักษะต่างๆ ทางช่างฝีมือหรือกีฬา

74.  Interdisciplinary approach : วิธีการสอนแบบสหวิทยาการ

          วิธีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่นำสาระสำคัญของรายวิชาต่างๆ มาออกแบบหัวเรื่อง หรือหน่วยการเรียนรู้ เช่นเรื่องป่าชายเลน ประกอบด้วยสาระสำคัญของสิ่งมีชีวิต ระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม

75. Lecture method  : วิธีการสอนแบบบรรยาย การสอนแบบบรรยาย  

          วิธีการสอนแบบหนึ่ง ที่ผู้สอนใช้การพูด บอก เล่า สาระความรู้และความคิดต่างๆ ให้แก่ผู้เรียน โดยผู้เรียนมีบทบาทเป็นผู้ฟัง ทำความเข้าใจ จดบันทึก โดยอาจมีการอธิบายประกอบ การสอนแบบนี้เหมาะสำหรับชั้นเรียนกลุ่มใหญ่

76. Lesson plan :  แผนการสอน

          เค้าโครงหรือรายละเอียดของการสอนในช่วงเวลาหนึ่ง ที่ได้รับการวางแผนออกแบบไว้ก่อนการสอน เพื่อเป็นแนวทางดำเนินการสอนจริงโดยทั่วไป มีรายละเอียดที่สำคัญประกอบด้วย จุดมุ่งหมาย เนื้อหาสาระ ระยะเวลา กิจกรรม สื่อการเรียนการสอน การวัดและการประเมินผล

77. Lesson : บทเรียน

          เนื้อหาสาระที่จัดให้เหมาะสมกับผู้เรียนหรือกลุ่มเป้าหมาย โดยมีการจัดระยะเวลา การจัดการเรียนการสอนไว้อย่างชัดเจน

78. Longitudinal study :  การศึกษาระยะยาว 

          การออกแบบศึกษาติดตามข้อมูลเรื่องเดียวกัน เพื่อวัดการเปลี่ยนแปลงจากปัจจัยที่กำหนด         วุฒิภาวะ หรือสิ่งแวดล้อมในเรื่องนั้นของบุคลหรือบุคคลกลุ่มเดิมที่ศึกษาในช่วงเวลาหนึ่ง โดยทั่วไปเป็นการศึกษาระยะยาวอย่างน้อย 3 – 5 ปี

79. Contemporary instruction : การเรียนการสอนร่วมสมัย

          กระบวนการเรียนการสอนเขิงรุก (Active learning) ที่ผู้เรียนสามารถเข้าถึงเครือข่ายเทคโนโลยี สารสนเทศ จากแหล่งเรียนรู้ หรือผู้สอนมีปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียนในการค้นพบหรือสร้างความรู้

80. Activity – based instruction  :  การเรียนการสอนเน้นกิจกรรม 

          การเรียนการสอนที่ใช้กิจกรรมเป็นวิธีการกระตุ้นและช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ เช่น การค้นคว้า ทดลอง การแสดงบทบาทสมมุติ การใช้กรณีตัวอย่าง สถานการณ์จำลอง การทำโครงงาน

81. Alternative activity  : กิจกรรมทางเลือก

          กิจกรรมที่จัดให้มีความยืดหยุ่นและหลากหลาย ซึ่งจัดขึ้นเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้เรียน ที่มีความแตกต่างกัน ทั้งในด้านอายุ เพศ ความสามารถ ความถนัด ความพร้อมและความสนใจ

82. Cognitive – guided instruction  : การสอนแนะให้รู้คิด

          กระบวนการจัดการเรียนรู้ที่ผู้สอนกำหนดโจทย์ปัญหาให้ผู้เรียนคิดวิเคราะห์ ทำหน้าที่สังเกต ช่วยพัฒนาการคิดของผู้เรียน และแสวงหาแนวทางแกปัญหาของแต่ละคน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การประเมิน โดยใช้ข้อมูลข่าวสาร ความรู้ จากทุกฝ่าย

83. Coherence instruction :  การสอนแบบสหนัย

          การสอนที่มุ่งให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ตามบทเรียนในหลักสูตร เชื่อมโยงกับความรู้นอกหลักสูตร โดยผู้สอนช่วยให้ผู้เรียนรู้จักบูรณาการความรู้ใหม่กับประสบการณ์ที่มีอยู่เดิม แลสร้างฐานความรู้ที่ถูกต้อง

84. Case method  : วิธีการสอนโดยใช้กรณีตัวอย่าง

          การจัดกระบวนการเรียนรู้โดยนำเสนอกรณีตัวอย่าง ซึ่งอาจเป็นเรื่องจริง หรือสมมุติขึ้น เพื่อให้เพื่อผู้เรียนได้ศึกษาวิเคราะห์  อภิปราย ประเมิน ตัดสินและแสวงหาแนวทางแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้อง

85. Computer – assisted instruction : การใช้คอมพิวเตอร์ช่วยสอน

          การจัดการเรียนการสอนโดยใช้ระบบคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมในวิชาต่างๆ ซึ่งประกอบด้วย เนื้อหาสาระ คำอธิบาย ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว มีเสียงประกอบ มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับสาระวิชา มีระบบการประเมินผล เมื่อจบแต่ละส่วนของสาระ ผู้เรียนสามารถเรียนได้ด้วยตนเองตามศักยภาพ ความสนใจ และเวลาที่สะดวก

86. Co-operative teaching : การสอนแบบร่วมมือ

          การจัดการสอนโดยมีผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ร่วมกันคิด วางแผนการจัดการเรียนรู้ ดำเนินการสอนและแก้ปัญหาร่วมกัน และประเมินผลการเรียนการสอนร่วมกัน

87. Co-teacher : ครูร่วมสอน

          ผู้สอนตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปร่วมงานกันวางแผนการจัดกิจกรรม ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน และปฏิบัติภารกิจต่างๆ ในชั้นเรียน

88. Creative teaching  :  การสอนแบบสร้างสรรค์

          การจัดการเรียนรู้ที่นำนวัตกรรมและวิธีการแบบใหม่มาปรับปรุงการสอนให้ได้ผลดีขึ้น

89. Curriculum and instruction : หลักสูตรและการสอน

          1. สาขาหนึ่งของศึกษาศาสตร์ว่าด้วยการพัฒนา การจัดการศึกษาเกี่ยวกับหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอน

          2. แผนการจัดการศึกษาและแนวทางการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่เหมาะสมกับผู้เรียน

90. Diagnostic teaching  : การสอนเพื่อการวินิจฉัย

          1. การค้นหาสาเหตุ วิเคราะห์ ตัดสินกระบวนการ โดยสร้างและใช้เครื่องมือที่เหมาะสม

          2. การสอนบนฐานข้อมูลที่ได้จากการวินิจฉัย

91. วิธีการสอนแบบนิรนัย

          1. วิธีการที่ให้ผู้เรียนแสวงหาความรู้ ความจริง จากกฎเกณฑ์ สูตรหรือนิยามก่อน แล้วใช้กระบวนการพิสูจน์อย่างสมเหตุสมผล ทำเข้าใจหลักการ กฎเกณฑ์ สูตร ได้อย่างแม่นยำ

          2. กระบวนการเรียนการสอน จากหลักใหญ่ ไปสู่ส่วนย่อย จากกฎเกณฑ์ไปหาตัวอย่าง เช่นการแก้ปัญหาที่ต้องใช้กฎเกณฑ์ สูตร จากสิ่งที่เรียนมา

92. Direct method  : วิธีการสอนแบบตรง

          1. วิธีการสอนภาษาต่างประเทศที่เน้นการใช้ภาษาต่างประเทศเท่านั้น ไมใช้ภาษาของนักเรียน มีเจตนาให้นักเรียนคิด และพูดภาษาต่างประเทศตั้งแต่เริ่มต้นเรียน

          2. วิธีการสอนหรือถ่ายทอดความรู้ให้แก่นักเรียนโดยตรง

93. Discovery teaching : การสอนแบบค้นพบ

          การสอนที่ผู้สอนออกแบบให้ผู้เรียนสามารถค้าหาและค้นพบคำตอบด้วยตนเอง วิธีการนี้ประกอบด้วยกระบวนการต่างๆ เช่น การสืบสอบ การทดลอง วิเคราะห์ และสรุปข้อค้นพบ ตัวอย่างเช่น ในการสอนพลศึกษา ให้ผู้เรียนค้นพบวิธีการด้วยตัวเองในการเล่น การแข่งขัน การใช้ทักษะส่วนต่างๆ ของร่างกายให้บรรลุผล หรือสามารถแก้ปัญหาได้

94. Ethical instruction  :  การสอนจริยธรรม

          การอบรมบ่มเพาะด้านความประพฤติปฏิบัติอย่างถูกต้อง ตามหลักศีลธรรมและคุณธรรม มีเจตคติที่ดี เห็นคุณค่า เกิดศรัทธา นำไปประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวันจนเป็นนิสัย

95. Hand writing instruction  :  การสอนคัดลายมือ

          การแนะนำและฝึกเขียนตัวอักษรและตัวเลข มีขนาด และช่องไฟเท่าๆ กันและสม่ำเสมอ ส่วนที่อยู่เหนือบรรทัดและใต้บรรทัดต้องมีสัดส่วนที่พอเหมาะ

96. Historical method : วิธีสอนเชิงประวัติศาสตร์

          การสอนที่ใช้กระบวนการเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ โดยเน้นที่กระบวนการสืบสอบ สืบค้นหาข้อมูล และหลักฐานทางประวัติศาสตร์ บันทึกและเก็บรวบรวมข้อมูล แล้วแปลความ ตีความข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์ และวิพากษ์วิจารณ์

97. Teaching load : อัตราการสอน

          จำนวนการสอนของครูแต่ละคนเป็นจำนวนรายชั่วโมงหรือเป็นรายคาบ (period) ในหนึ่งสัปดาห์

98.  Teaching materials : อุปกรณ์การสอน

          สิ่งทีนำมาช่วยการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยให้นักเรียนเข้าใจแจ่มแจ้ง ง่ายและรวดเร็วขึ้น ทำให้ได้รับความรู้ และประสบการณ์มากขึ้น และช่วยให้การเรียนการสอนมีความหมายยิ่งขึ้น

99. Tutorial instruction : การจัดสอนทบทวน

          การจัดการสอนนักศึกษาเป็นรายบุคคลหรือเป็นรายกลุ่มย่อย เพื่อทบทวนบทเรียนที่อาจารย์ผู้บรรยายได้ทำการสอนไปแล้ว ซึ่งจะทำให้นักศึกษามีความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น ระบบการจัดสอบทบทวนนี้มักใช้กับการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย แต่ปัจจุบันจัดให้การสอนทั่วไปทุกระดับ

100. Tutor : อาจารย์ช่วยสอนทบทวน

          อาจารย์ที่ทำหน้าที่ช่วยสอน คณะอาจารย์ผู้บรรยาย (Lecture) ในระดับมหาวิทยาลัย ซึ่งทำหน้าที่ช่วยสอนทบทวนบทเรียน ที่อาจารย์ผู้บรรยายได้สอนไปแล้ว       

Microteaching การสอนจุลภาค : การฝึกทักษะการสอนย่อย ๆ ของนักศึกษาฝึกหัดครู ก่อนไปสอนจริงที่สถานศึกษา โดยจัดการสอบแบบย่อส่วน คือย่อเนื้อหา ย่อเวลาและลดจำนวนผู้เรียน ทักษะที่ฝึกได้แก่ การนำเข้าสู่บทเรียน การใช้คำถาม การเล่าเรื่อง การเสนอสาระ การใช้สื่อ การวัดและประเมินผล โดยมีการบันทึกวีดิทัศน์การสอนและการทำกิจกรรมของผู้สอนและผู้เรียน แล้วนำมาศึกษาทบทวนเพื่อปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่อง

Mixed ability teaching การสอนกลุ่มคละความสามารถ : การสอนกลุ่มผู้เรียนที่มีระดับความสามารถในการเรียนรู้แตกต่างกัน โดยผู้สอนจำเป็นต้องเข้าใจธรรมชาติ วิธีการเรียนรู้และปัญหาของผู้เรียนแต่ละระดับ และจัดการเรียนการสอนให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการที่แตกต่างกันของผู้เรียน

Monitorial system ระบบพี่สอนน้อง : วิธีการที่ครูใช้สอนนักเรียนกลุ่มใหญ่หรือจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาในการสอนนักเรียนที่เรียนอ่อนกลุ่มหนึ่ง โดยให้นักเรียนรุ่นพี่ที่เก่งไปช่วยสอนนักเรียนรุ่นน้องที่เรียนอ่อน

          ในการจัดกลุ่มรุ่นพี่รุ่นน้อง ควรคำนึงถึงวัฒนธรรมและชีวิตความเป็นอยู่เดียวกันด้วย

Multidisciplinary approach แนวคิดแบบพหุวิทยาการ, การสอนแบบพหุวิทยาการ :

                   1.  ความคิดที่มีมุมมองเรื่องต่าง ๆ ในลักษณะที่ไม่แยกส่วน เห็นความสัมพันธ์ของความรู้จากศาสตร์หลายสาขาวิชาเชื่อมโยงกันเป็นภาพรวม

                   2.  การจัดการเรียนการสอนโดยบูรณาการสาระความรู้จากศาสตร์หลายสาขาวิชาเข้าด้วยกันและจัดการเรียนรู้อย่างเชื่อมโยง ช่วยให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจเห็นภาพรวม และเห็นความสัมพันธ์ของเรื่องที่เรียนกับชีวิตจริง

Pedagogy วิชาครู, ศาสตร์การสอน :

                   1.  การศึกษาเรียนรู้วิชาชีพครู เช่น ปรัชญาการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้ หลักสูตรการสอน สื่อและนวัตกรรมทางการศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การทำหน้าที่ครูด้านต่าง ๆ คุณธรรมความเป็นครู และจรรยาบรรณวิชาชีพ

                   2.  องค์ความรู้เกี่ยวกับการสอนหรือการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด เช่น การประยุกต์ทฤษฎี หลักการ แนวคิดและจิตวิทยาเกี่ยวกับการเรียนรู้ ในการวางแผนจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเลือกใช้รูปแบบการสอน วิธีสอนและเทคนิคต่าง ๆ ในการสอน การจัดและใช้แหล่งเรียนรู้ การสร้างและการใช้สื่อ เทคโนโลยีต่าง ๆ การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน การวัดและประเมินผลการเรียนการสอนและการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน

Pedagogy วิชาครู, ศาสตร์การสอน :

                   1.  การศึกษาเรียนรู้วิชาชีพครู เช่น ปรัชญาการศึกษา จิตวิทยาการเรียนรู้หลักสูตรการสอน สื่อและนวัตกรรมทางการศึกษา การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ การทำหน้าที่ครูด้านต่าง ๆ คุณธรรมความเป็นครู และจรรยาบรรณวิชาชีพ

                   2.  องค์ความรู้เกี่ยวกับการสอนหรือการจัดการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด เช่น การประยุกต์ทฤษฎี หลักการ แนวคิดและจิตวิทยาเกี่ยวกับการเรียนรู้ ในการวางแผนจัดประสบการณ์และกิจกรรมการเลือกใช้รูปแบบการสอน วิธีสอน และเทคนิคต่าง ๆ ในการสอน การจัดและใช้แหล่งเรียนรู้ การสร้างและการใช้สื่อ เทคโนโลยีต่าง ๆ การจัดสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ การปฏิสัมพันธ์กับผู้เรียน การวัดและประเมินผลการเรียนการสอนและการวิจัยเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน

Peer teaching เพื่อนสอนเพื่อน : กิจกรรมการเรียนการสอนที่ให้เพื่อนคนหนึ่งหรือหลายคนดำเนินการจัดการเรียนรู้ให้กับเพื่อนคนอื่น ๆ ในชั้นเรียน โดยมีการวิเคราะห์ข้อดีและข้อที่ควรปรับปรุงของกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

Peripatetic teacher ครูเดินสอน :

                   1.  ครูที่สอนรายวิชาใดรายวิชาหนึ่ง เช่น ภาษา ดนตรี โดยไม่ได้เป็นครูประจำโรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง แต่เป็นครูประจำกลุ่มโรงเรียนหรือเขตพื้นที่การศึกษาทำการสอนหมุนเวียนในบางเรื่องและเป็นบางเวลา

                   2.  ครูที่สอนและรับค่าตอบแทนจากหลายโรงเรียน โดยสอนบางวิชาและบางเวลา

Program instruction

                   1.  การสอนแบบโปรแกรม : การสอนโดยใช้บทเรียนแบโปรแกรมที่เป็นชุดแบบเบ็ดเสร็จ ประกอบด้วย วัตถุประสงค์ เนื้อหา สาระ สื่อการสอน กิจกรรมการเรียนรู้และการประเมินผล ซึ่งผู้สอนอาจพัฒนาขึ้นเอง หรือมีผู้พัฒนาขึ้น โดยได้รับการทดสอบแล้วว่ามีประสิทธิภาพ

                   2.  บทเรียนสำเร็จรูป : บทเรียนที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเอง

Program reading instruction การสอนอ่านแบบโปรแกรม : ชุดคำสั่งที่มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยผู้เรียนให้สามารถอ่านคำข้อความ หรือเรื่องราวต่าง ๆ ได้โดยเสนอคำ ข้อความ เรื่องราวที่มีความหมายในชีวิตประจำวัน และมีตัวอย่างการออกเสียง คำ การอ่าน ข้อความให้ชัดเจน ถูกต้อง ชุดคำสั่งโปรแกรมดังกล่าวอาจจะอยู่ในหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์หรืออยู่ในแผ่นซีดี (compact disc) หรืออยู่ในรูปของแถบบันทึกเสียงหรือวีดิทัศน์ก็ได้ ซึ่งส่วนใหญ่จะมีเอกสารการอ่านประกอบด้วย

Reading approach แนวการสอนอ่าน, แนวการอ่าน : แนวคิดและแนวทางในการจัดกิจกรรมและประสบการณ์ เพื่อเตรียมความพร้อมด้านการอ่านและฝึกทักษะการอ่าน เช่น การอ่านถูกต้องตามอักขรวิธี การอ่านตามวรรคตอน การอ่านคำควบกล้ำ การอ่านฉันทลักษณ์

Remedial teaching การสอนซ่อมเสริม : กระบวนการแก้ไขความบกพร่องทางการเรียนของผู้เรียน ซึ่งประกอบด้วยการวินิจฉัยความสามารถทางการเรียน การวางแผนจัดกิจกรรมและสื่อการเรียนรู้ เพื่อแก้ไขความบกพร่องและเพิ่มพูนทักษะที่จำเป็น

Resource-based teaching การสอนโดยใช้แหล่งเรียนรู้เป็นฐาน :

                        1.  การสอนที่จัดให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองหรือเป็นกลุ่มย่อยโดยใช้ทรัพยากร สื่อแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ เป็นฐาน เช่น ชุมชน ศูนย์การเรียนรู้ สถานประกอบการ ตำรา หนังสือ บทเรียนแบบโปรแกรม ชุดการฝึก การทดลองตลอดจนสื่อต่าง ๆ ที่ได้รับการคัดเลือกหรือพัฒนาขึ้น เพื่อช่วยให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ตามวัตถุประสงค์ของรายวิชาหรือเรื่องนั้น ๆ ด้วยตนเอง

                   2.  การสอนแบบบรรยายที่ผู้สอนใช้สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ อย่างมาก

School for the Blind โรงเรียนสอนคนตาบอด : โรงเรียนเอกชนการกุศล สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน และโรงเรียนของรัฐ สังกัดสำนักงานการศึกษาพิเศษ กระทรวงศึกษาธิการ มีนักเรียนประจำและไปกลับ โดยเปิดสอนตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาลถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ส่วนระดับมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย โรงเรียนจัดการศึกษาแบบเรียนร่วม นอกจากนี้โรงเรียนยังให้การส่งเสริมทางด้านภาษา ดนตรี กีฬา เทคโนโลยี และอาชีพ ตลอดจนการตรวจรักษาตา และดูแลด้านสุขภาพแก่ผู้เรียนอีกด้วย

Sight-word reading method วิธีสอนอ่านรูปคำ, วิธีสอนอ่านคำตามที่เห็น : การเริ่มสอนอ่านโดยให้ผู้เรียนสังเกตคำหลายคำตามที่เห็น เพื่อสร้างความเข้าใจก่อนที่จะทำการวิเคราะห์คำเหล่านั้น เช่น ให้นักเรียนเรียนคำว่า บาน ปาน พาน ด้วยสายตาก่อน แล้วจึงค่อยวิเคราะห์ภายหลังว่ามีเสียงคล้องจองกัน คือ –าน เมื่อใส่ บ เข้างหน้า ก็จะออกเสียงเป็น บาน เมื่อใส่ ป เข้าข้างหน้า ก็จะออกเสียงเป็น ปาน เมื่อ พ เข้าข้างหน้า ก็จะออกเสียงเป็น พาน

Small group instruction การสอนกลุ่มย่อย : การจัดกระบวนการสอนในชั้นเรียน โดยแบ่งกลุ่มผู้เรียนเป็นกลุ่มย่อยตามความสนใจ ตามโจทย์ปัญหา การฝึกทักษะเฉพาะ เช่น อ่าน เขียน คิด คำนวณ การแบ่งกลุ่มย่อยมีวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และร่วมมือกันอย่างทั่วถึง ส่งเสริมทักษะทางสังคม และผู้สอนสามารถสังเกตพฤติกรรมการเรียนของผู้เรียนได้ชัดเจนขึ้น

Student teaching การฝึกสอนของนักเรียน :

                   1.  การฝึกปฏิบัติการสอนของผู้เรียนระดับอุดมศึกษาในหลักสูตรครุศาสตร์ และศึกษาศาสตร์ เพื่อสร้างประสบการณ์ตรง โดยมีครูพี่เลี้ยงในโรงเรียนหรือสถานศึกษาที่ผู้เรียนฝึกปฏิบัติการสอน และอาจารย์จากสถาบันอุดมศึกษาที่ผู้เรียนศึกษาอยู่ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา แนะนำ และนิเทศการสอน ระยะเวลาในการฝึกสอนขึ้นอยู่กับหลักสูตรของสถาบันอุดมศึกษาแต่ละแห่ง

                   2.  รายวิชาหนึ่งของหลักสูตรครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์

Student teaching supervisor อาจารย์นิเทศก์การฝึกสอน : บุคคลที่กำกับดูแลและนิเทศการสอนของนิสิต นักศึกษา อาจารย์นิเทศมี 2 ประเภท คือ อาจารย์นิเทศก์วิชาครู และอาจารย์นิเทศก์วิชาเฉพาะ

Subject-centered instruction การเรียนการสอนเน้นเนื้อหาเป็นศูนย์กลาง : การเรียนการสอนที่ใช้เนื้อหาสาระเป็นหลักเกณฑ์สำหรับออกแบบหลักสูตรและกิจกรรม

Syllabus ประมวลการสอน :

   1.  โครงการสอนรายวิชาต่าง ๆ ซึ่งคณาจารย์ระดับอุดมศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อให้ผู้เรียนทราบเรื่องที่จะเรียนรู้ในภาพรวม โดยทั่วไปประกอบด้วย ลักษณะรายวิชา วัตถุประสงค์ เนื้อหาสาระในแต่ละสัปดาห์ วิธีการจัดการเรียนการสอน สื่อการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ รายชื่อหนังสืองานวิจัยและบทความประกอบการเรียน

 2.  กำหนดการสอน กำหนดแผนการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระในหลักสูตรการสอนขั้นพื้นฐาน

Teaching approach แนวการสอน : การสอนตามหลักการหรือแนวคิดต่าง ๆ เช่น แนวการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง แนวการสอนโดยใช้ปัญหาเป็นฐาน แนวการสอนเน้นทักษะกระบวนการ

Teaching assistant; teacher’s aide (TA) ผู้ช่วยสอน (ทีเอ) : ดู teacher’s aide; teaching assistant

Teaching machine เครื่องช่วยสอน : เครื่องกลที่เสนอบทเรียน สาระ เรื่องราว ให้ผู้เรียนอ่านหรือศึกษาหาความรู้ มีคำถาม คำตอบให้เลือกตอบ แล้วสามารถแสดงผลการตอบได้ในทันที ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ที่ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยตนเองได้สะดวกยิ่งขึ้น [ดู computer assisted instruction ประกอบ]

Teaching materials วัสดุการสอน : สิ่งพิมพ์ หนังสือ รูปภาพ แผ่นพับ แผนภูมิ ของตัวอย่างซอฟต์แวร์ โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ที่ช่วยให้การสอนของครู อาจารย์ น่าสนใจและสร้างความเข้าใจได้ดี

Teaching media สื่อช่วยสอน : เครื่องรับหรือเครื่องมือการถ่ายทอดสัญญาณที่ทำให้ผู้เรียนเห็นภาพ ได้ยินเสียง เช่น เครื่องรับโทรทัศน์ วิทยุ เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องบันทึกเสียง เครื่องเล่นซีดี เครื่องคอมพิวเตอร์ ฯลฯ ที่ครู คณาจารย์เลือกนำมาใช้ในการสอนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนรับรู้และเข้าใจมากขึ้น

Teaching method วิธีสอน : วิธีการต่าง ๆ ที่นำมาใช้ในการสอนเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้วิธีสอนแต่ละวิธีมีวัตถุประสงค์และลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน เช่น วิธีสอนแบบสาธิตมีเอกลักษณ์อยู่ที่การแสดงหรือทำให้ดู ซึ่งสามารถช่วยให้ผู้สอนเห็นการปฏิบัติจริง ทำให้เข้าใจและจำเรื่องที่สาธิตได้ดี

Teaching of English to Speakers of Other Languages (TESOL) การสอนภาษาอังกฤษให้ผู้พูดภาษาอื่น (ทีซอล) : โปรแกรมหรือสาขาวิชาการสอนภาษาอังกฤษได้แก่ ผู้เรียนที่มีภาษาอื่นเป็นภาษาแม่ เน้นทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษเป็นสำคัญ [ดู teachers of English to Speakers of Other Languages (TESOL) ประกอบ]

Teaching portfolio แฟ้มสะสมผลงานสอน, ประจักษ์พยานการสอน : สารสนเทศ ข้อมูลหลักฐาน และสถิติต่าง ๆ ที่แสดงร่องรอยผลการสอนและการพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งการสร้างความสัมพันธ์และร่วมมือกับสถานศึกษาและชุมชนตามบทบาทและหน้าที่ของครูที่แสดงถึงความชำนาญการ และความเชี่ยวชาญในการสอนและการพัฒนาผู้เรียน

Teaching practice :

                        1.   ปฏิบัติการสอน : การสอนงานสอนตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและการพัฒนา ส่งผลให้ครู คณาจารย์มีประสบการณ์ในการสอนสูงขึ้น เกิดการเรียนรู้เกี่ยวกับผู้เรียน การจัดการเรียนการสอนและการแก้ปัญหาการเรียนการสอน เพื่อให้สามารถสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผลมากขึ้น

                        2.   การฝึกสอน : การปฏิบัติการสอนที่ผู้จะประกอบวิชาชีพครูต้องฝึกภายใต้การนิเทศของคณาจารย์จากคณะหรือสาขาวิชาร่วมกับครูพี่เลี้ยงของโรงเรียนหรือสถานศึกษา

Teaching strategy ยุทธศาสตร์การสอน : แนวการสอนหรือเส้นทางที่นำไปสู่กระบวนการสอน การวัดและประเมินผลการเรียนการสอน ได้มาจากการวิเคราะห์เป้าหมายการเรียนรู้ ผู้เรียน บริบทและสาระการเรียนรู้ และการเลือกหลักการ แนวคิด วิธีการและกลยุทธ์หลักที่สามารถนำผู้เรียนไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ

Teaching style ลีลาการสอน : แบบการสอนหรือวิธีการสอนที่มีลักษณะแตกต่างกันขึ้นอยู่กับแนวคิดหลักการที่ผู้สอนยึดถือรวมทั้งความถนัดและประสบการณ์ของผู้สอน ลีลาการสอนที่ตอบสนองต่อลีลาการเรียนรู้ที่แตกต่างกันของผู้เรียนเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้สูงสุดตามศักยภาพของตน เช่น ผู้เรียนบางคนเรียนได้ดีจากการฟัง การพูดคุย แต่บางคนเรียนได้ดีจากการอ่านหรือการลงมือปฏิบัติ หากผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้สามารถตอบสนองความแตกต่างของผู้เรียนได้ ผู้เรียนย่อมได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพ [ดู learning style ประกอบ]

Teaching unit หน่วยการสอน : แผนการสอนที่จัดการเรียนรู้เป็นหน่วยใหญ่ โดยใช้หัวข้อเรื่องที่กว้างเป็นศูนย์ เพื่อเชื่อมโยงสาระการเรียนรู้จากหลายสาขาวิชามีแนวทางในการจัดกิจกรรม ประสบการณ์และสื่อการเรียนรู้ รวมทั้งการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยนั้น

Thematic approach แนวการสอนตามแก่นของเรื่อง : การจัดการเรียนการสอนตามแก่นของเรื่อง (theme) ซึ่งมีลักษณะเป็นการเรียนรู้แบบบูรณาการ มีสาระ กิจกรรมการเรียนการสอน และการวัดและประเมินผลสอดคล้องกับแผ่นของเรื่อง

Topic approach; topic method แนวการสอนตามหัวข้อเรื่อง : วิธีการสอนที่ให้ผู้เรียนศึกษาเรียนรู้ในหัวข้อหรือเรื่องที่สนใจ โดยอาจใช้เวลาเป็นวัน สัปดาห์ หรือเดือน ผู้สอนจำเป็นต้องจัดกิจกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ให้สามารถบูรณาการสาระการเรียนรู้ในหลาย ๆ ด้าน เช่น คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษา ดนตรีเพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ตามจุดมุ่งหมายของหัวข้อเรื่องที่กำหนดในหลักสูตร

Tutor                1.   ผู้ทบทวน, ผู้สอนพิเศษ : ผู้ทำหน้าที่ทบทวนและสอน โดยสนใจผู้เรียนเป็นรายบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนสามารถเรียนได้ทันชั้นเรียนปรกติ รวมถึงผู้สอนที่มีความสามารถสูง สอนพิเศษโดยใช้วิธีเชื่อมตรง (online)

                        2.   ผู้สอนกลุ่มย่อย : ผู้ทำหน้าที่สอนในระดับอุดมศึกษา ซึ่งจัดการสอนเป็นกลุ่มย่อยชั้นเรียนขนาดเล็ก เพื่อช่วยให้ผู้เรียนได้อภิปราย และเกิดความเข้าใจเพิ่มขึ้นในเนื้อหาสาระที่ได้บรรยายไว้

                        3.   ผู้กวดวิชา : ผู้ทำหน้าที่จัดการเรื่องการสอนโดยให้ผู้เรียนได้ทบทวนและเรียนเพิ่มเติมจากที่ได้เรียนมาแล้ว เพื่อพัฒนาทักษะและความรู้ให้มีผลสัมฤทธิ์สูงขึ้นสามารถใช้ในการสอบเข้าเรียนในสถาบันการศึกษาระดับสูงขึ้น

Unit teaching การสอนแบบหน่วย : การจัดการเรียนรู้โดยใช้หน่วยการสอนที่ครูและนักเรียนร่วมกันวางแผน มีการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผน และมีการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เพื่อตรวจสอบว่าผู้เรียนสามารถบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนรู้ของหน่วยนั้นหรือไม่

         

Hello world!

Welcome to WordPress.com! This is your very first post. Click the Edit link to modify or delete it, or start a new post. If you like, use this post to tell readers why you started this blog and what you plan to do with it.

Happy blogging!

ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.